ยึดธรรมให้มั่นคง

Standard

49878912957357164

ความสุข ความสมหวังทั้งทางโลกและทางธรรม ย่อมเกิดขึ้นความบากบั่นทำลงไป จะยากหรือง่ายไม่ถือเป็นสำคัญ เพราะมุ่งผลเป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่จะให้ฝ่าฝืนนั้นเป็นของต่ำซึ่งเคยมีอยู่กับใจ จึงทำให้ผู้คล้อยตามมีใจอันต่ำทราม สิ่งเหล่านี้ปกติก็เป็นของต่ำอยู่ในตัวของมันเอง เมื่อแผ่กระจายออกไปทางกาย วาจา จึงทำให้กาย วาจาต่ำไปด้วย ทั้งคอยจะฉุดลากเราไปทางต่ำเสมอ เช่นเดียวกับน้ำชอบไหลลงสู่ที่ต่ำ นอกจากจะมีสิ่งดึงดูดให้ไหลขึ้นสู่ที่สูงเท่านั้น

ตามธรรมดาของน้ำแล้วจะไม่ไหลขึ้นสู่ที่สูงเลย ต่ำเท่าไรก็ยิ่งไหลลงไปได้ง่าย และไหลลงไปไม่มีที่สิ้นสุด ถ้ายังมีที่ต่ำพอจะให้ไหลลงไปได้ก็ยิ่งไหลไปจนหมด ถ้าไม่หมดก็ลงถึงทะเล หากทะเลยังมีที่ต่ำพอน้ำจะไหลลอดลงไปได้อีก ก็ต้องและลอดซึมลงไปจนหมดน้ำ ลักษณะของน้ำไม่ชอบไหลขึ้นสู่ที่สูง เช่นภูเขาเป็นต้น ที่เขาใช้น้ำประปากันก็ต้องทำที่สำหรับบรรจุน้ำไว้ในระดับอันสูง ถ้าต่ำกว่าที่อยู่อาศัยหรือที่ใช้น้ำแล้ว น้ำจะไม่ไหลเข้าไปถึงที่ต้องการได้เลย นี่เรื่องของน้ำ เคยเป็นเช่นนั้นตลอดมา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น คือที่ไหนลงทางต่ำแล้วแต่กลับไหลทวนกระแสขึ้นมา อย่างนี้ไม่เคยมี

ลักษณะของใจซึ่งมีสิ่งที่ต่ำอยู่ภายใน ก็ย่อมจะฉุดลากใจให้ลงสู่ที่ต่ำเสมอ สิ่งใดที่ต่ำใจรู้สึกจะชอบ เพราะมีสิ่งต่ำที่เป็นสื่อยั่วยวนและคอยกระซิบให้ชอบ และผลักดันให้เป็นไปในทางต่ำอยู่เสมอ หากว่าจิตไม่ต้องอาศัยการอบรมดัดแปลงเพื่อฝ่าฝืนธรรมชาติที่ต่ำนี้ แต่ก็จะเป็นไปในทางที่ดีโดยลำพังตนเองแล้ว เรื่องครูอาจารย์ หรือพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งเป็นเหมือนเครื่องผลักดันจิตเราให้ขึ้นสู่ที่สูง ก็ไม่เป็นของจำเป็นอะไรเลย และศาสนธรรมของพระพุทธเจ้าๆ ทุก ๆ พระองค์ที่สอนคนให้อบรมดัดแปลงตนให้เป็นไปในทางที่ชอบ เพื่อความสุขความเจริญนั้น จะต้องขัดแย้งกันแน่นอน แต่จิตก็เป็นไปโดยลำพังตนเองไม่ได้ ต้องอาศัยการฝึกหัดดัดแปลงโดยอุบายต่าง ๆ แม้ธรรมก็เป็นเครื่องดัดแปลงกาย วาจา ใจ เพื่อผลมีความสุขอันสมบูรณ์ทั้งภายนอกและภายในนั่นเอง จึงพอเหมาะสมกันกับผู้สนใจดัดแปลงตนด้วยธรรม

ข้อนี้เทียบกับครูสอนนักเรียน ย่อมมีความปรารถนาจะให้เด็กมีความรู้ความฉลาด และรู้หน้าที่การงานของตนตลอดวิธีปฏิบัติต่อตัวเอง เพราะตามธรรมดานิสัยของเด็กไม่ค่อยมีความสนใจในหน้าที่การงานที่จะให้เกิดประโยชน์ นอกจากจะประพฤติตามความชอบใจของตนเท่านั้น ถ้าพ่อแม่ผู้ปกครองทางบ้านและครูทางโรงเรียนไม่คอยตักเตือนว่ากล่าวเสมอแล้ว เด็กอาจมีทางเสียได้ เพราะเด็กยังไม่มีความรู้ความฉลาดพอจะรักษาตัวคุ้มตัว ฉะนั้นพ่อแม่และครูต้องคอยสั่งสอน ทั้งความประพฤติ มรรยาท การศึกษาเล่าเรียนและหน้าที่การงานตามวัยของเด็ก เพื่อเด็กจะได้มีทางรักษาตัวไม่ไหลลงสู่ทางต่ำ เพราะความประพฤติไม่ดี จนเด็กเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่และมีวิชาหาเลี้ยงชีพ ไม่ขัดสนจนทรัพย์อับปัญญา

จิตก็จำต้องการอาศัยการปกครองด้วยความถูกต้องจากเจ้าของ เพราะการศึกษาอบรมมาจากที่ต่าง ๆ คือจากทางโลกบ้าง จากทางธรรมบ้าง นำมาดัดแปลงตนเองให้ถูกต้องตามหลักวิชานั้น ๆ แต่การดัดแปลงตนให้เป็นไปในทางที่ดี ไม่ว่าทางโลกและทางธรรม รู้สึกจะเป็นการฝืนอยู่บ้างในขั้นแรกเริ่ม เพราะเป็นกิจที่ไม่เคยทำและยังไม่เห็นผลพอจะเป็นเครื่องดึงดูดใจ

เฉพาะด้านธรรม ยังจะมีการฝืนมากกว่าทางโลกอยู่บ้าง ฉะนั้น จึงหาคนดีในด้านธรรมและด้านจิตใจได้ยาก ทั้งหมู่เพื่อนที่เป็นนักธรรมและครูอาจารย์ผู้ให้ความอบอุ่นในทางนี้ก็มีจำนวนน้อย เมื่อพูดมาถึงตอนนี้เป็นเหตุให้ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า ผู้ประทานกำเนิดแห่งธรรมให้แก่พวกเรามากขึ้น เพราะความเชื่อในพระปรีชาสามารถฉลาดรอบรู้ของพระองค์ที่ทรงเสกสรรคนชั่วให้เป็นคนดี เสกสรรคนมีกิเลสหนาปัญญาทึบ ให้กลายเป็นผู้เบาบาง และเสกสรรผู้มีอุปนิสัยที่ค่อนข้างเบาบางอยู่แล้ว ให้เป็นบุคคลพิเศษขึ้นเป็นขั้น ๆ โดยเป็นพระโสดา พระสกิทาคา พระอนาคาและพระอรหันตบุคคล ซึ่งคนธรรมดาสามัญเราไม่มีใครสามารถจะทำได้อย่างพระองค์ท่าน

ดังนั้น การแสวงหาของดีทุกชนิดจึงเป็นของหายากมาก ไม่ใช่เป็นของหาได้อย่างง่ายดายเลย เราหาของดีในตัวเราก็ย่อมเป็นของยากอยู่บ้าง คือยากตรงที่ต้องฝืนใจทำ เช่นเดียวกับคนไข้ฝืนใจให้หมอฉีดยา แม้เจ็บก็อดทนเอาบ้าง แต่อย่างไรก็ดี อย่าลืมนิสัยของเราชาวพุทธที่ถือหลักเหตุผลเป็นที่ตั้งของการงานทุกประเภท จะหนักบ้าง เบาบ้างไม่สำคัญ แต่ชาวพุทธเราเห็นสำคัญอยู่ที่ผลประโยชน์อันจะพึงได้รับเป็นที่พอใจ ไม่เป็นไปเพื่อความกระเทือนตนและผู้อื่น ชาวพุทธเราถือว่าเป็นกิจที่ควรทำอย่างยิ่ง และอย่าลืมคำว่าพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งเป็นสรณะและเข็มทิศของเรา ท่านทวนกระแสของโลกทั้งด้านความประพฤติและความรู้สึก พระธรรมที่ปรากฏขึ้นในพระทัยจึงเป็นธรรมที่ทวนกระแส พระสาวกพระอรหันต์ก็เป็นผู้ปฏิบัติทวนกระแสตามเสด็จพระพุทธเจ้า

เราที่น้อมนึกถึงท่านเป็นสรณะ และฝากเป็นฝากตายในชีวิต ก็เพราะท่านเป็นสรณะพิเศษกว่าสรณะเครื่องอาศัยทั่ว ๆ ไป ถ้าจะพูดถึงพุทธะ คือธรรมชาติที่รู้ของพระพุทธเจ้าและสาวกกับของบุคคลทั่ว ๆ ไปก็มีเช่นเดียวกัน แต่ไม่บริสุทธิ์พิเศษเหมือนพุทธะของพระพุทธเจ้าและสาวกท่าน ถ้าจะพูดถึงธรรม ธรรมของพวกเราก็มี แต่ยังมิใช่ธรรมอันศักดิ์สิทธิ์วิเศษเหมือน ธมฺโม ปทีโป ขององค์สรณะ เพราะยังไม่สามารถบำเพ็ญให้เต็มภูมิได้เหมือนอย่างท่าน เพราะฉะนั้น สรณะทั้งสามจึงเป็นที่เคารพรักและสงวนยิ่งของปวงชนชาวพุทธตลอดมา ไม่มีใครสามารถอาจเอื้อมดูหมิ่นเหยียดหยาม เพราะถือเป็นหัวใจของชาวพุทธแต่ละท่าน

พระพุทธเจ้าองค์สรณะที่หนึ่ง ซึ่งเป็นผู้รื้อฟื้นสรณะที่สองและที่สามขึ้นมา ให้เป็นขวัญตาขวัญใจของโลกได้กราบไหว้บูชาเป็นคู่เคียงกันมา รู้สึกว่าเป็นที่น่าแปลกและอัศจรรย์ใจอย่างยิ่งในพระประวัติที่ทรงบำเพ็ญมา เป็นประวัติอันยิ่งใหญ่ประหนึ่งโลกสะเทือน เพราะเป็นประวัติที่เอาจริงเอาจัง ไม่ใช่แบบพูดพล่ามทำเพลงเฉย ๆ แล้วไม่ทำตามที่พูดไว้ ทั้งไม่ทรงเกริ่นเวลาและโฆษณาชวนเชื่อ ตลอดทรงหวังพระเกียรติในการเสด็จออกเพื่อทรงผนวชแต่อย่างใด แต่เสด็จออกแบบนายสานายมาไปเยี่ยมญาติโดยไม่มีใครทราบ เพราะไม่รับสั่งอำลาใคร แม้พระชายาและพระโอรสก็ไม่ทรงอำลา เกรงจะเป็นอุปสรรคต่อการเสด็จออกเพื่อพระโพธิญาณ ซึ่งกำลังจะเข้าถึงเงื้อมพระหัตถ์อยู่แล้ว ไม่ทรงอาลัยเสียดายพระราชสมบัติและพระราชฐานที่เคยเสด็จประทับอยู่อาศัย เสด็จออกในเวลากลางคืนยามดึกสงัด มีเพียงนายฉันนะและม้าเท่านั้นตามเสด็จ

พอเสด็จถึงที่และเสร็จการทรงผนวชแล้ว ก็รับสั่งให้นายฉันนะและม้ากลับพระราชฐาน ส่วนพระองค์ก็ทรงบำเพ็ญพรตอยู่ในป่านั้นพระองค์เดียวเปลี่ยวพระทัย หมดที่พึ่งอาศัย ในพระอิริยาบถทั้งสี่ไม่มีความสะดวกพระกายสบายพระทัยเลย ในระยะที่ทรงเริ่มบำเพ็ญ แต่ก็ทรงอดทนฝืนความที่เคยเป็นมาให้เข้ารูปกับความเป็นนักบวช ซึ่งเป็นเพศที่ช่วยตัวเอง ไม่ทรงหวั่นไหวต่อความทุกข์ทรมานใด ๆ ทั้งสิ้น ทรงมีความเพียรอันเด็ดเดี่ยวกล้าหาญต่อพระโพธิญาณ บางครั้งถึงกับสลบไสลไปเพราะความเพียรกล้า แต่ทรงมุ่งหน้าต่อความเป็นพระพุทธเจ้าไม่ทรงลดละ ถ้าเป็นพวกเราไปโดนอย่างนั้นเข้าบ้าง ก็น่ากลัวจะร้องโวยวายไปทั่วทั้งป่า และร้องเรียกให้คนไปช่วยหามกลับมาบ้านอย่างไม่มีปัญหา

แต่การหามคนที่แพ้การต่อสู้ นอกจากหามนักมวยที่ถูกน็อกบนเวทีลงมาเพื่อช่วยพยาบาลแล้ว ไม่มีประเพณีหามกัน นอกจากจะหามลงใส่ตมใส่โคลนไปตามเรื่องของคนที่แพ้เท่านั้น เพื่อให้เห็นโทษในความไม่เป็นท่าของตน ไม่มีทางเป็นที่น่าชมเชย เพราะประเพณีของโลกที่นิยมกัน ต้องหามผู้มีชัยชนะจากการต่อสู้ เพื่อเสริมเกียรติให้เขามีแก่ใจในวาระต่อไปเท่านั้น แต่จะหามเพื่อเสริมเกียรติคนที่แพ้การต่อสู้อย่างหลุดลุ่ยนั้น ก็จะเป็นการส่งเสริมคนขี้เกียจอ่อนแอไม่เป็นท่า ให้แสวงหาเกียรติในทางนั้นมากขึ้น ศาสนาก็จะล่มจม คนดีจะสูญพันธุ์ไปหมด จะปรากฏแต่คนประเภทไม่เป็นท่าเต็มแผ่นดินเท่านั้นเอง

พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญทุกประโยคแห่งความเพียร แม้จะผิดพลาดไปบ้างในกิจไม่เคยทำ แต่ก็เป็นคติแก่โลก สมการบำเพ็ญของศาสดาว่ามิใช่ผู้ทำเล่น ๆ แต่ทำสมภูมิของผู้จะเป็นศาสดาของโลกจริง ๆ เราพอจะทราบความเป็นมาแห่งศาสดาของโลก ควรเป็นผู้สมพระนามว่า สตฺถา เทวมนุสฺสานํ จริง ทั้งด้านความเพียรอันทรหดอดทน ทั้งด้านความรู้จริงเห็นจริง และด้านการสั่งสอนสัตว์โลกด้วยสวากขาตธรรม เพื่อนิยยานิกธรรมจริง ๆ ธรรมสมบัติที่ทรงค้นพบก็เป็นธรรมอันประเสริฐ และสังฆสมบัติที่ทรงผลิตขึ้นก็เป็นสงฆ์องค์ประเสริฐ รวมองค์ของพระศาสนาแล้วมีแก้วอันประเสริฐสามดวงเป็นหัวใจของโลกตลอดมา ดังนั้น เราผู้มีแก้วสามดวงเป็นหัวใจ โปรดยึดเยี่ยงอย่างแห่งแก้วสามดวงนั้นด้วย เท่าที่เพศวัยและกำลังความสามารถจะอำนวย

วันหนึ่งคืนหนึ่งผ่านไป อายุและวัยของเราก็ชื่อว่าก้าวเคียงกันไปกับวัน คืน เดือน ปีด้วย ในรอบของคืนหนึ่งและวันหนึ่งควรถือเป็นเวลาสำคัญ เพื่อคิดบัญชีของตัวสักหนึ่งเวลา คือการบำเพ็ญความดีเพื่อเป็นชิ้นเป็นอันของตัวบ้าง ได้แก่แบ่งเวลาไว้อบรมจิตตภาวนา เพื่อรู้วิถีทางเดินของชีวิตจิตใจ ทางที่ดีควรตั้งความสัตย์กำหนดเวลาบังคับตนบ้าง เพื่อไม่ให้จิตหาเรื่องออกตัว เพราะจิตขั้นเริ่มแรกแห่งการอบรม รู้สึกจะมีเรื่องมากทั้ง ๆ ที่ไม่มีเรื่อง เช่นเดียวกับเราบังคับเด็กให้ทำงาน โดยมากเด็กชอบออกตัวเพื่อหลบงานเสมอ ถ้าผู้ใหญ่เผลอเด็กก็หาทางหลีกงานไปได้ ถ้าถูกบังคับเข้าจริง ๆ จนหาทางหลบหลีกไม่ได้ เด็กก็ยอมทำงานให้ตามคำสั่ง

จิตขั้นเริ่มแรกก็รู้สึกจะเป็นเช่นนั้น ถ้าสติไม่บังคับและความสัตย์ไม่บีบตัวจริง ๆ จิตอาจหาทางออกได้ อย่างหนึ่งไม่ยอมทำงาน คือ การภาวนา อย่างหนึ่งยอมทำงานแต่ไม่จดจ่อกับงาน พอให้เสียเวลาโดยไม่ได้ผล ฉะนั้น การตั้งกฎเกณฑ์และตั้งสติบังคับใจ จึงเป็นกิจที่ควรทำอย่างยิ่ง สำหรับผู้มุ่งความก้าวหน้าทางด้านจิตตภาวนา จนกว่าจิตจะมีความเคยชินต่อกฎเกณฑ์ เคยชินต่อตัวเอง และปรากฏผลขึ้นมาบ้างแล้ว จากนั้นจิตจะมุ่งทำงานในหน้าที่ของตัวไปเอง แม้จะมีธุระมากน้อยก็ไม่ยอมลดละ พอถึงเวลาอันควร จิตจะปล่อยวางและย้อนกลับเข้ามาหางานภายในทันที โดยไม่ต้องบังคับขู่เข็ญดังที่เคยเป็นมา

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๐๘