10 รถยนต์มือสองราคาถูก

Standard

สำหรับรถมือสองเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการประหยัดเงินในกระเป๋า โดยเฉพาะรถตกรุ่นจะทำให้ราคารถพวกนี้ไม่แพงจนเกินไปแต่ที่แน่นอนนั่นคือการเสื่อมสภาพของแต่ละรุ่นไม่เหมือนกันดังนั่นการเลือกรถมือสองจะไม่ได้ดูแค่ราคา แต่ราคาเป็นอีกปัจจัยที่น่าสนใจเท่านั้น

Ford Fiesta MK7 รุ่นปี 10-13 ราคาประมาณ 240,000 – 380,000 บาท
Toyota Vios Minor change รุ่นปี 10-13 ราคาประมาณ 250,000 – 380,000 บาท
Mazda 2 รุ่นปี 11-14 ราคาประมาณ 250,000 – 390,000 บาท
Nissan Tiida Minor change 4 ประตู/5ประตู รุ่นปี 10-12 ราคาประมาณ 260,000 – 330,000 บาท
Chevrolet Cruze Minor change รุ่นปี 14-15 ราคาประมาณ 420,000 – 490,000 บาท
Honda Civic FD Minor change รุ่นปี 09-11 ราคาประมาณ 360,000 – 480,000 บาท
Nissan Teana รุ่นปี 09-11 ราคาประมาณ 480,000 – 690,000 บาท
Mitsubishi Triton Megacab Minor change รุ่นปี 10-13 ราคาประมาณ 260,000 – 450,000 บาท
Isuzu MU-7 รุ่นปี 08-12 ราคาประมาณ 490,000 – 690,000 บาท
BMW 320d E90 LCI รุ่นปี 10-12 ราคาประมาณ 1,0980,000 – 1,250,000 บาท
รถยนต์ทั้งหมดนี้เป็นแค่ทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับท่านที่อยากได้รถมือสอง แต่มีอีกมากมายหลายรุ่นที่เรายังเสนอไม่หมด แต่หวังอย่างยิ่งว่านี้สิ่งดีๆที่เราอยากให้ท่านรู้ สุดท้ายอยู่ที่ท่านจะตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อรถแบบไหน

ความรู้จาก https://www.motorth789.com

Porsche 911 Carrera 4S Cabriolet ปอร์เช คาร์เรร่า สี่เอส คาบริโอเลต รายละเอียด

Standard

ราคา ปอร์เช คาร์เรร่า สี่เอส คาบริโอเลต รายละเอียด
porsche-911-carrera-4s-cabriolet-2-tile

วันนี้เราจัดรถหรู เหมาะกับสไตล์คุณมาแนะนำให้ได้รู้จักกันอีกแล้วค่ะ สำหรับรถตัวนี้เป็นรถจากค่ายปอร์เชที่มีชื่อว่า รถยนต์ Porsche 911 Carrera 4S Cabriolet ขอบอกเลยว่ารถตัวนี้สวยงาม ไฮโซ หรูหรามากๆ มีการทำงานที่ยอดเยี่ยม ให้การขับเคลื่อนที่ทรงพลัง เหมาะกับผู้ที่ชอบความเร็วเช่นคุณเลยค่ะ รถตัวนี้ได้ถูกออกแบบขึ้นมาด้วยความพิถีพิถันทุกๆกระบวนการผลิต เพื่อให้ตรงใจ ตรงตามความต้องการของผู้ใช้งานให้ได้มากที่สุด ได้มีการนำเอานักออกแบบที่มีประสบการณ์ทางด้านการออกแบบโดยตรงมาออกแบบรถตัวนี้ให้ออกมาหรูหราแบบสปอร์ต อย่างที่ใครก็ต้องการอยากจะได้เป็นเจ้าของเลยล่ะค่ะ มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย ล้ำยุคมากๆมาประยุกต์ในการผลิตรถตัวนี้ออกมา และยังมีความละเอียดไม่ว่าจะเป็นภายนอกหรือภายในรถ ลูกเล่น ฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆถูกคิดค้นขึ้นมาอย่างดีที่สุด ทำให้รถตัวนี้มีประสิทธิภาพในการทำงานอย่างสูง ไม่สร้างปัญหาให้แก่ผู้ใช้งานอย่างแน่นอนค่ะ

Porsche 911 Carrera 4S Cabriolet ภายนอกออกแบบมาได้โดดเด่น โดนใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบเห็น มีการคิดดีไซน์ให้รถตัวนี้ออกมาหรูหราได้อย่างหาที่ติไม่ได้ ดูดีตั้งแต่หน้ารถไปจนถึงท้ายตัวรถเลยล่ะค่ะ มาพร้อมกับไฟหน้าที่สวยงาม กลมกลืนกับความเป็นสปอร์ตของตัวรถมากๆ การขับขี่ก็โฉบเฉี่ยว ออกตัวได้เงียบ แต่ให้ความเร็วความแรงอย่างที่คุณต้องการเลยล่ะค่ะ

Porsche 911 Carrera 4S Cabriolet ภายในให้ดีไซน์ที่สวยเก๋ไม่เหมือนใคร ให้คุณได้ลองเข้ามาสัมผัสกับความรู้สึกแปลกใหม่ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์ และความไฮเทคอย่างเหนือชั้นอย่างมากมาย และรถยนต์ Porsche 911 Carrera 4S Cabriolet ตัวนี้ยังจะมอบความสะดวกสบาย ด้วยการคิดค้นฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆที่มีความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามา ทำให้ผู้ใช้รถสามารถหยิบจับ หรือใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆได้อย่างสบายๆ ทำให้ทุกการขับขี่ได้รับความเพลิดเพลิน ให้คุณได้รับสุนทรียะในการขับขี่ที่มีแต่ความสุขค่ะ

รถยนต์ Porsche 911 Carrera 4S Cabriolet มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 6 สูบเรียงนอน ขนาด 3800 ซีซี ให้กำลังสูงถึง 400 แรงม้า ที่ 7,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร ที่ 5600 รอบต่อนาที ระบบเกียรอัตโนมัติ Porsche Doppelkupplungsgetriebe (PDK) 7 จังหวะทำให้รถมีกำลังเครื่องยนต์ที่เร็วขึ้นส่งผลให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 4.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 294 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ราคาของรถยนต์ Porsche 911 Carrera 4S Cabriolet

รถยนต์ Porsche 911 Carrera 4S Cabriolet มีราคา 17,050,000 บาท

Suzuki Vitara Brezza

Standard

สำหรับภาพดังกล่าวได้ทำการเผยแพร่โดยนาย Siddu Karadi ได้โพสรูปลงใน Facebook โดยการนำ Suzuki Vitara Brezza มาตกแต่งพิเศษตั้งแต่กระจังหน้าโครเมี่ยมแนวตั้งเล็กๆหลายช่อง ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมกรอบ Corona Rings ตัวอักษร Vitara ติดตั้งขบฝากระโปรงหน้าใหม่ ล้ออัลลอยลายพิเศษสีทอง ชุดแต่งการ์ดสีแดงครอบใต้กันชนหน้า สเกริต์ข้าง กันชนหลัง คิ้วขอบล้อสีดำ คิ้วขอบป้ายทะเบียนสีดำ เพิ่มอารมณ์สปอร์ตอย่างลงตัว สำหรับภายในจะมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเช่น เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ เครื่องเล่น SmartPlay infotainment หน้าจอสัมผัส ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay ได้ เบาะนั่งคนขับปรับสูง-ต่ำ พร้อมเบาะหลังพับ ได้แบบ 60:40 พื้นที่ภายในสามารถจุสัมภาระได้ถึง 328 ลิตร Suzuki Vitara Brezza มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล DDiS ขนาด 1.3 ลิตร 90 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิด 200 นิวตันเมตรที่ 1,750 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีต
200532

AUDI A5 Next Gen ปีหน้าเจอกัน

Standard

45645665456

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทางค่ายรถยนต์ ออดี้ ได้มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่คือ AUDI A5 Next Gen หรือ A5รุ่นที่สองที่เมือง Ingolstadt ในประเทศเยอรมัน ตามข่าวจากทางค่ายนั้นจะวางจำหน่ายในเยอรมันช่วงปลายปี 2016 โดยจะวางจำหน่ายถึงสองรุ่นคือ A5 Coupe Next Gen และ A5 Cabriole Next Genแต่กลับมีข่าวรั่วออกมาว่ามีเอกสารที่ระบุถึงเปิดตัวรถยนต์รุ่นดังกล่าวนั้นอาจจะมีการทำตลาดในอเมริกาเหนือด้วยในช่วงต้นปี 2017 ซึ่งแตกต่างจากที่ปล่อยข่าวครั้งแรกว่าจะวางขายในยุโรปก่อนที่อื่นๆ ไม่แน่ว่าอาจจะมีการวางตลาดทั้งสองแห่งพร้อมกันเลยก็ได้ จากการวิเคราะห์ของกูรูรถยนต์นั้นระบุว่า A5 Next Genทั้งสองรุ่นนั้นจะมีการปรับโฉมใหม่เช่น ห้องโดยสารที่กว้างขึ้น การดีไซน์ลวดลายด้านหน้าที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว การปรับเปลี่ยนระบบไฟให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น และยังเสริมระบบ Infotainment MMI LED และ MMI Touchตามข่าวยังระบุด้วยว่าทั้งสองรุ่นนี้จะอยู่ภายใต้การสนับสนุนจากค่าย โฟล์คสาวเกนด้วยทำให้เดากันว่าทั้งสองรุ่นนั้นน่าจะมีการปรับปรุงในด้านต่างๆและระบบต่างของรถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้น่าจะคล้ายคลึงกัน ด้วย มีการคาดการ์กันว่าการออกแบบและระบบเครื่องยนต์จะพัฒนาจาก Audi A5 2015 แต่รุ่นใหม่นี้จะมีความแรงขนาด 220 แรงม้าเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรสี่สูบและเกียร์ 6 สปีด ราคาคร่าวๆน่าจะอยู่ที่ประมาณ 42,150 เหรียญสหรัฐ

Chevrolet Onix Activ

Standard

82828240

ตลาดรถยนต์ครอสโอเวอร์มาแรงจริงๆโดยเฉพาะครอสโอเวอร์รุ่นเล็กได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมามากล่าสุดได้เปิดตัว Chevrolet Onix Activ ครอสโอเวอร์เล็ก ที่ประเทศบราซิลโดยมาพร้อมราคาสุดคุ้มค่าเริ่มต้นเพียง 612,000 บาท Chevrolet Onix Activ พัฒนาต่อจาก Onix แฮทซ์แบ็คที่วางจำหน่ายในปัจจุบันโดยได้ยกช่วงล่างให้สูงขึ้น พร้อมตกแต่งออกแบบภายนอกเป็นครอสโอเวอร์ ติดตั้งไฟ Daylight แบบ LED กันชนและซุ้มล้อตกแต่งด้วยพลาสติกดำ กระจกมองข้างสีดำเงา ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ห้องโดยสารออกแบบโดดเด่่นด้วยการติดตั้งพวงมาลัยหุ้มหนัง ระบบอินโฟเทนเม้นท์ MyLink รองรับระบบ Apple CarPlay และ Android Auto ติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้าเป็นอุปกรณ์มาตราฐานพร้อมระบบเบรก ABS/EBD ปลอดภัยทุกการถอยหลังด้วยกล้องมองหลัง และระบบเตือนความดันลมยาง เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 96 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 12 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีต รองรับพลังงานเชื้อเพลิง E85 Chevrolet Onix Activ เคาะราคาจำหน่ายที่บราซิลเริ่มต้น 612,000 บาท

ความงามแห่งธรรม

Standard

72537531599456

พระศาสนาถ้าจะเทียบทางด้านวัตถุ ก็เหมือนน้ำที่สะอาดสำหรับซักฟอกสิ่งสกปรกทั้งหลายให้กลายเป็นของสะอาดขึ้นมา ใจจึงเทียบกับวัตถุที่ไม่สะอาด คือมีความเศร้าหมองอยู่ภายในตัว เพราะอาศัยความคลุกเคล้ากับอารมณ์ที่สกปรก การทำใจให้สกปรกนั้น เรามีทางทำได้ด้วยกัน ไม่ว่าสัตว์บุคคลและชาติชั้นวรรณะใด เพราะทางนี้เป็นทางที่เคยชินของจิตมาแล้ว ทางนี้จึงเป็นทางสะดวกราบรื่นของจิตและอารมณ์ที่โสมมทุกประเภท ถ้าเทียบกับทางภายนอกก็เหมือนทางที่มีผู้คนสัญจรไปมาตลอดเวลา ไม่รกรุงรัง เพราะอาศัยการเหยียบย่ำผ่านไปมาอยู่เสมอ ทางที่มาของมลทินผ่านเข้าออกระหว่างจิตกับอารมณ์ ย่อมมีความเตียนและราบรื่นเช่นเดียวกัน โดยมีจิตเป็นสถานที่อยู่อาศัย มีจิตเป็นสถานที่เกี่ยวข้อง อารมณ์กับจิตจึงเป็นไปด้วยกันอย่างง่ายดาย

แต่อุบายวิธีซักฟอกใจให้เป็นไปเพื่อความสะอาดผ่องใส เป็นที่เย็นใจน่าดูน่าชมแก่ตน และระบายออกมาทางกาย วาจา ให้เป็นที่น่าดูน่าชมของคนอื่นนั้น ต้องมีครู มีอาจารย์เป็นผู้คอยแนะนำสั่งสอน ให้รู้ทั้งทางถูกและทางผิด ดังนั้น ธรรมจึงเป็นเหมือนเครื่องซักฟอกที่ดีเยี่ยม ซึ่งออกจากพระทัยอันบริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้าผู้เป็นเจ้าของแห่งธรรม และทรงนำมาประกาศสอนบรรดาสัตว์ให้รู้ทางดำเนิน อันเป็นไปเพื่อความเกษมเป็นขั้น ๆ โดยแนะนำอุบายวิธีต่าง ๆ ตามควรแก่อุปนิสัยของผู้มาอบรมศึกษา

ในขั้นเริ่มแรกแห่งการสั่งสอน ทรงแนะนำด้วยพระองค์เอง จนเห็นผลประจักษ์แก่ผู้มาศึกษาและปฏิบัติด้วยเป็นขั้น ๆ แห่งธรรม ตลอดถึงขั้นบรรลุเป็นสาวกอรหันต์ขึ้นมาในวงแห่งธรรมเป็นจำนวนมากพอสมควรแล้ว จากนั้นก็ทรงมอบให้สาวกทำหน้าที่สั่งสอนช่วยบ้าง ทรงสั่งสอนเองบ้าง มีการถ่ายทอดมาเป็นลำดับจนถึงครูอาจารย์ซึ่งสมควรจะเป็นที่ยึดเหนี่ยวน้ำใจประชาชนด้วยหลักปริยัติ ปฏิบัติ และความรู้ภายในใจ ถ่ายทอดมาถึงพวกเรา

ใจที่ได้รับการซักฟอกด้วยการบำเพ็ญคุณงามความดี ตามพระโอวาทธรรมของพระพุทธเจ้า จึงกลายเป็นใจที่นิ่มนวลแก่ตนเอง จะคิดปรุงเกี่ยวกับการงานทุกด้าน จะพูดจาพาที กิริยามารยาท ความเคลื่อนไหวทุกอาการ เป็นกิริยาที่น่าดู น่าชมไปตาม ๆ กัน ฉะนั้น นักปราชญ์มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น จึงนิยมการฝึกฝนอบรมตนมากกว่าสิ่งอื่น ๆ เพราะเล็งเห็นว่าใจเป็นรากฐานสำคัญของงานทุกชิ้น ไม่ว่างานทางโลกหรือทางธรรม มีใจเป็นผู้รับผิดชอบทั้งนั้น งานทุกชิ้นจะสำเร็จขึ้นมาในลักษณะใด ย่อมเป็นเครื่องส่อถึงใจผู้เป็นเจ้าของงานเสมอ

ใจท่านเปรียบเหมือนเนื้อผ้าที่คอยจะสกปรกได้อย่างง่ายดาย เจ้าของต้องคอยระวังรักษาความสะอาดอยู่เสมอ ลักษณะของจิตก็คอยจะคลุกเคล้าด้วยอารมณ์เครื่องเศร้าหมองอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้โลภ ให้โกรธ ให้หลง บ่อย ๆ จนตามรู้ไม่ทัน แต่เมื่อได้รับการอบรมด้วยวิธีต่าง ๆ ตามแนวทางแห่งธรรมที่ชี้บอกไว้ ใจก็ค่อยหายพยศและมีความสง่าราศีขึ้นมา คอยฟังคำสั่งเราบ้าง ไม่ค่อยผาดโผนโลดเต้นเหมือนที่ยังไม่ได้รับการอบรม และใจเป็นสิ่งสำคัญกว่าวัตถุภายนอกอีกมากมาย จึงจำต้องมีการอบรมเสมอ

แต่การอบรมจิตย่อมมีการฝ่าฝืนธรรมดาของจิตที่เคยเป็นมาอยู่บ้าง คำว่าธรรมดาหมายถึงสิ่งที่เคยมีเคยเป็นและเคยชินมาแล้ว จิตที่เคยเป็นมาจนไม่ทราบความผิด ถูก ชั่ว ดีของตน เพราะความไม่สนใจสังเกต เนื่องจากความเคยชินมาอย่างนั้นเป็นนิสัย นี่เรียกว่าธรรมดา แต่การฝึกหัดดัดแปลงใจให้ผิดจากเรื่องธรรมดา ความคิดธรรมดา การกระทำธรรมดานั้นเป็นการลำบากอยู่บ้าง จะอย่างไรก็ดีเราอย่าลืม พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ ซึ่งเป็นองค์แห่งสรณะอันประเสริฐของเรา พระองค์ทรงบำเพ็ญมาก่อนด้วยความฝ่าฝืนตั้งแต่ต้นเป็นลำดับมา ไม่ทรงปล่อยไปตามกระแสของใจที่มีความอยากเป็นประจำ ตลอดอุบายต่าง ๆ ที่ทรงนำมาแก้ไขดัดแปลงพระองค์จนสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าขึ้นมา ก็เป็นเรื่องฝืนคติธรรมดาที่จิตเคยเป็นมาทั้งนั้น

การตัดสินใจสละตำแหน่งหน้าที่จากความเป็นกษัตริย์ อันเป็นพระเกียรติสูงสุด การเสด็จออกจากปราสาท การพลัดพรากจากพระชายาและพระโอรส พระชนก ชนนี ไพร่ฟ้าประชาชี ตลอดจนพระราชสมบัติทั้งแผ่นดิน ทำไมจะไม่เป็นการฝ่าฝืนคติธรรมดาเล่า ต้องเป็นการฝ่าฝืนอย่างยิ่ง และฝ่าฝืนจนสลบไสลไปในบางครั้ง เพราะอำนาจความมุ่งหวังเต็มพระทัยในความพ้นทุกข์ และมุ่งหวังจะรื้อขนสัตว์ซึ่งเป็นสมบัติอันมีค่ามาก มีพระชายาและพระโอรส เป็นต้น ให้ตามเสด็จสู่ธรรมอันเป็นแดนเกษม จึงทรงฝืนพระองค์อย่างเต็มที่ โดยไม่ทรงอาลัยและเสียดายในชีวิตว่าจะเป็นหรือจะตาย และทรงฝืนจนโลกสะเทือนไปหมดทั้งแผ่นดิน

ฝืนในอันดับต่อไป คือฝืนใจไม่ให้คิดเป็นอารมณ์ห่วงใยในพระราชฐานบ้านเมืองที่เคยปกครองมา มีพระชายาและพระโอรสเป็นต้น ไม่ให้มีความเกาะเกี่ยวกังวลพระทัยในเวลานั้น ทรงมุ่งหน้าต่อความเพียรเพื่อตรัสรู้ แม้จะทรงมีความลำบากอย่างมากมายในการอยู่ การไป การเสวย การนุ่งห่ม การหลับนอน ซึ่งไม่เคยประสบมาอย่างนั้น จำเป็นก็ต้องฝืน อยู่ไม่สบายก็ฝืนอยู่ นั่งไม่สบายก็ฝืนนั่ง นอนไม่สบายก็ฝืนนอน การเสวยไม่สะดวกก็จำต้องฝืน หลับตาเคี้ยว หลับตากลืน เพราะสิ่งทั้งนี้มิใช่เป็นสิ่งที่กษัตริย์เคยทรง จึงเป็นเรื่องฝืนไปหมดทุกอาการและทุกสิ่งที่มาเกี่ยวข้องกับพระองค์

และยังฝืนใจไม่ให้คิดปรุงเรื่องราวที่เคยเป็นมา ซึ่งจะก่อความกังวลให้ทรงท้อถอยความเพียร ทรงปลอบโยนและข่มขู่ใจ ให้มีความอุตส่าห์พยายามและเข้มแข็งทางด้านความพากเพียรไม่ยอมให้ลดละ แม้การอดพระกระยาหารไม่ทรงเสวยถึง ๔๙ วันก็ยังทรงสามารถทำได้ ซึ่งคนสมัยนั้นและสมัยใดบ้าง จะสามารถฝืนร่างกายและใจทำได้เหมือนอย่างพระองค์ท่าน ประวัติเช่นนี้มีพระองค์ผู้เดียวเท่านั้นทรงทำได้ และมีพระประวัติรอดตายมาให้โลกได้เป็นขวัญใจ ให้ระลึกถึงท่านทั่วดินแดน การบำเพ็ญเพียรทุกประโยคของพระองค์ปรากฏว่าฝืนใจทั้งนั้น แม้เช่นนั้นก็ไม่ทรงท้อพระทัยที่จะถอยพระองค์เสด็จกลับเข้าสู่พระราชฐานบ้านเมือง ให้กิเลสที่ครอบงำพระทัยหัวเราะเยาะ และเป็นผู้จับจองวัฏฏะ คือ ความเกิด แก่ เจ็บ ตาย อีกต่อไป

ที่กล่าวมาทั้งนี้เป็นประวัติของ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ ของพวกเรา ท่านฝืนพระทัยท่านอย่างนั้น มิใช่เป็นพระพุทธเจ้าขึ้นมาแบบวาดมโนภาพเอาเฉย ๆ คือ พอนึกอยากจะเป็นเท่านั้น ก็เป็นพระพุทธเจ้าขึ้นมา ถ้าเป็นเช่นนั้นพระพุทธเจ้าก็มีอยู่ทุกแห่งทุกหน แม้สัตว์ดิรัจฉานบางประเภทก็คงมีโอกาสเป็นพระพุทธเจ้าได้ ในขณะที่คิดอยากจะเป็น ไม่ว่าแต่มนุษย์ที่มีความคิดสูงกว่าสัตว์เลย ที่ไม่เป็นได้เช่นนั้นก็เพราะธรรม มีความเสมอภาคต่อสิ่งที่เป็นฐานะและ อฐานะ โลกจึงมีคนดี คนชั่ว สัตว์ดี สัตว์ชั่ว ไปตามกรรมของตนที่ทำไว้ไม่ปีนเกลียวกัน

กิเลสและบาปธรรมมีความเกรงกลัวอำนาจคนที่ฝืนคติธรรมดา เช่นพระพุทธเจ้าของเรา พอพระองค์เริ่มฝืน กิเลสก็เริ่มเป็นเดือดเป็นแค้น และเริ่มขยับขยายที่อยู่อาศัย เริ่มย้ายครอบครัวผัวเมียยุ่งไปตาม ๆ กัน พอพระองค์ฝืนเต็มที่กิเลสก็ร้อน เพื่อหาทางออกเต็มที่ เมื่อถึงขั้นตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าขึ้นมา กิเลสตั้งอยู่บนพระทัยไม่ได้ ก็แตกกระจัดกระจาย หลงลูก หลงแม่ หลงผัว หลงเมียกันยุ่งไปหมด เพราะหาทางออกและหลบภัยจากมหาสติมหาปัญญา อันเป็นเหมือนวัตถุเครื่องทำลายที่ทันสมัย

ไม่มีกิเลสตัวใดจะสามารถฝืนเอาชีวิตแลกสติปัญญาปรมาณู ทนตั้งอยู่บนพระทัยได้ต่อไป กิเลสทุกประเภทต่างก็หลุดลอยออกจากพระทัยโดยสิ้นเชิง ยังคงเหลือแต่พุทธะอันเด่นดวง ซึ่งเป็นมิ่งขวัญของพระองค์ผู้กล้าตายในสงคราม ทรงสละทุกสิ่งทุกอย่างก็เพื่อธรรมดวงนี้เท่านั้น ครั้นแล้วก็สมพระประสงค์ และเป็นพระพุทธเจ้าที่สมบูรณ์ขึ้นมา ให้เป็นมิ่งขวัญของโลกในลำดับต่อมา

ดังนั้นเราผู้เป็นพุทธบริษัทที่จัดว่าเป็นลูกศิษย์พระตถาคต ผู้ปรากฏเด่นทางความเพียรและบริสุทธิ์ในพระทัย เวลาประกอบความพากเพียรไปถึงที่คับแคบและจนมุม จึงไม่ควรจะหาทางออกด้วยความท้อถอย อันเป็นทางมัดตนเองโดยไม่รู้สึก เพื่อเป็นหลักชัยโปรดระลึกถึงท่าน ทั้งการดำเนิน วิธีดำเนิน และการฝืนคติธรรมดา ว่าท่านทรงทำอย่างไรบ้าง จึงได้ชัยชนะมาสั่งสอนพวกเรา ท่านมีความลำบากยากเย็นเข็ญใจแค่ไหน อย่าเห็นเพียงว่า การประกอบคุณงามความดีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แล้วเข้าใจว่าตนมีความขยันหมั่นเพียร และมีความกล้าหาญยิ่งกว่าครูคือศาสดา

ถ้ามีความคิดไปทำนองนั้นแสดงให้เห็นว่า เราจะเป็นผู้ท้อถอยความเพียร และด้อยในการดัดแปลงตนเองด้วยความเข้มแข็ง ทำอย่างไรจึงจะเป็นไปเพื่อความเข้มแข็งและก้าวหน้า เพื่อตามเสด็จพระพุทธเจ้าให้ทัน นั่นแลเป็นความคิดที่ดีและหน้าที่อันเหมาะสมแก่เรา ผู้เป็นพุทธบริษัทถือพระพุทธเจ้าเป็นครู ตามที่เห็นในพระประวัติซึ่งได้นำมากล่าวบ้างแล้ว รู้สึกว่าเป็นคติตัวอย่างแก่โลกได้อย่างสมบูรณ์ ไม่มีทางจะตำหนิได้แม้แต่น้อย ส่วนเรายังไม่มีถึงขนาดนั้น ไหนจะถือว่าตนเก่งกล้าสามารถยิ่งกว่าครู เราต้องย้อนจิตมาสอนตนอย่างนี้บ้าง จะมีแก่ใจทำความเข้มแข็งต่อการดำเนิน เพื่อความปลดเปลื้องสิ่งที่เคยทำการกีดขวางต่อใจมานาน ให้ลดน้อยหรือสิ้นไปทุกระยะ

การงานเพื่อปลดเปลื้องถอดถอนตัวให้ขึ้นจากหล่มลึก แม้จะยากลำบากขนาดไหน ไม่ควรไปยึดถือสิ่งนั้นมาเป็นอุปสรรคต่อใจ ผู้กำลังมุ่งหวังต่อความสุขสมบูรณ์ จะเป็นการตัดหนามกั้นทางตนเอง จนหาทางเดินเพื่อความพ้นทุกข์ไปไม่ได้ ต้องพยายามแหวกขวากหนามที่มีอยู่ในหนทางและสองฟากทางออกเป็นลำดับ ด้วยความขยันหมั่นเพียร เราอยู่ที่ไหนไม่ว่าในบ้านหรือในป่า การบำเพ็ญคุณงามความดีมีทางทำได้ โอกาสวาสนามีการอำนวยแก่ผู้มีความมุ่งมั่นต่อธรรมอยู่เสมอ แต่โอกาสวาสนานั้นจะไม่อำนวยสำหรับบุคคลผู้ชอบตีตนตายก่อนเป็นไข้ ผู้ตำหนิติโทษตนเองโดยไม่มีเหตุผล และยังจะเป็นการเปิดทางให้ความท้อแท้อ่อนแอ เข้ามาเป็นเจ้าเรือนบนจิตใจมากขึ้น แล้วจะหาโอกาสวาสนาอำนวยไม่ได้ตลอดกาล

ผู้ตั้งใจจะดำเนินตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้า ต้องคำนึงถึงทางดำเนินของพระองค์และพระธรรมที่ปรากฏเป็น ธมฺโม ปทีโป มีความสว่างไสวเหนือสิ่งใด ๆ ในโลก ธรรมนี้ก็เกิดขึ้นจากการฝืนคติธรรมดาของพระพุทธเจ้าและพระสาวกทั้งหลาย ซึ่งต้องตามเสด็จพระพุทธเจ้าด้วยปฏิปทาเครื่องดำเนินแบบเดียวกัน ไม่ว่าจะยากหรือง่าย แต่มีความเพียรเป็นที่ตั้งในกิจการที่เห็นว่าชอบธรรม จนเป็นผลสำเร็จได้ ฉะนั้น ทั้งสามรัตนะจึงเป็นที่ยึดเหนี่ยวใจของสัตว์โลกได้ในขั้นมหาอุดมมงคล

ใจของสามัญชนทั่ว ๆ ไป ถ้าพูดถึงความดื้อดึงต้องเป็นจิตที่ดื้อดึงเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจิตผู้หญิง ผู้ชาย นักบวชและฆราวาส เพราะมีสิ่งส่งเสริมอยู่ภายในให้แสดงตัวออกมาเป็นความดื้อดึงแข็งกระด้างเหมือนกัน ไม่ว่าจิตใครที่ปรากฏเป็นรูปร่างขึ้นมาเช่นเราเช่นท่านแล้ว จะกลายเป็นจิตที่บอกง่ายสอนง่าย และมีการสั่งสมอบรมคุณงามความดีใส่ตัวโดยไม่ต้องมีการบังคับบัญชา พาจัดพาทำอะไรทั้งนั้น แต่เป็นไปเองโดยลำพังตัวเองอย่างนี้ จะหาไม่เจอเลยในแหล่งแห่งไตรโลกธาตุ

แม้จะเป็นผู้มีนิสัยวาสนาเบาบางมากเพียงไรก็ตาม เบื้องต้นต้องอาศัยการฝึกหัดอบรมด้วยกันทั้งนั้น จึงจะเป็นไปได้ ไม่เช่นนั้นก็ไม่ต้องมีครูมีอาจารย์ต้องคอยชี้แจงสั่งสอนให้เหน็ดเหนื่อยเปล่า เฉพาะผู้แสดงแล้วถือว่าการสอนคนให้เป็นคนที่ดีและการสอนพระให้เป็นพระที่ดีนี้ เป็นภาระหนักอย่างฝังลึกทีเดียว เพราะผู้มาศึกษาอบรมด้วย มีความรู้สึกในแง่หนักเบาต่างกันเป็นราย ๆ ไป การสั่งสอนจึงจะทำแบบนายสานายมาไม่ได้ ผู้มารับการศึกษาจะไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควรจะได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ จำต้องเป็นภาระอยู่กับผู้ให้การอบรมสั่งสอนโดยดี

ฉะนั้นการฝึกฝนตนตามนัยที่ครูอาจารย์อธิบายให้ฟังแล้ว จึงควรถือเป็นภาระของตัวอย่างไม่สนใจหาผู้เปลี่ยนตัว เพราะไม่ใช่งานซึ่งจะทำแทนกันได้ แม้จะยากหรือลำบากเพียงไร ก็เป็นงานจำเป็นสำหรับเราโดยเฉพาะ งานที่จะก้าวไปเพื่อความพ้นทุกข์ตามเสด็จพระพุทธเจ้านี้ เป็นงานที่มีเกียรติสำหรับเรา และเป็นงานตัวอย่างของโลกและธรรมทั่ว ๆ ไป เช่นเดียวกับพระพุทธเจ้าที่ทรงบำเพ็ญมาจนสำเร็จเต็มภูมิแล้ว ยังเป็นบุคคลตัวอย่างของโลกให้ถือเป็นแบบฉบับตลอดถึงสมัยทุกวันนี้ ไม่เคยล้าสมัยและจืดจางตลอดมา

เราผู้เป็นลูกของท่านผู้กล้าหาญจึงควรเอาแบบอย่างจากครูมาใช้ อย่ามีความอิดหนาระอาใจต่อความเพียร จิตถ้าได้รับการบำรุงจากความเพียรเสมอแล้ว ต้องขยับตัวขึ้นไปเป็นลำดับไม่มีวันจะถอยกลับลงมา วันนี้รู้เรื่องของตัวขนาดนี้ วันนี้มีอารมณ์เกี่ยวข้องใจเท่านี้ และได้ใช้ความเพียรพยายามรู้และแก้ไขกันได้ขนาดนี้ วันหน้ารู้อารมณ์ประเภทนั้น และทำการแก้ไขกันได้เท่านั้น ๆ และมีความเพียรสืบต่อกันไปทุกวันและเวลา กิเลสอาสวะจะมีกำลังก่อตัวมาจากที่ไหนบ้าง พอจะมากลุ้มรุมใจของผู้มีความเพียรให้หนาแน่นขึ้นไป มีแต่นับวันจะน้อยลงเป็นลำดับเท่านั้น นอกจากผู้ไม่สนใจจะอบรมดัดแปลงตนเองเท่านั้น นั้นเป็นคนหาประมาณมิได้ คือเป็นคนไม่มีเขตแดน อย่าถือเอามาเป็นคติตัวอย่าง จะทำให้ด้อยลงในทางความเพียรและมีทางเสียไปด้วย

ผู้เป็นคนดีมีคติประจำตน จะเป็นหญิง เป็นชาย เป็นนักบวชหรือฆราวาส โปรดยึดเอามาเป็นคติทันที แม้ที่สุดมองเห็นใบไม้ร่วงหล่นลงจากขั้วของมัน ก็ให้ยึดเอามาเป็นธรรมเครื่องพร่ำสอนตน โดยถือว่ากิริยาที่ใบไม้ร่วงลงมานั้นคือ ความหมดกำลังที่จะตั้งอยู่ได้ จึงร่วงโรยลงไปเช่นนั้น ชีวิตของมนุษย์และสัตว์ก็ย่อมมีสภาพเช่นเดียวกัน มีความทุกข์และความแปรปรวนประจำตน เรื่องสภาพของธาตุขันธ์เคยเป็นเช่นนั้นตลอดมา ใครจะรู้หรือไม่รู้ก็เป็นอยู่อย่างนั้น สภาพเหล่านี้ตั้งอยู่เหนือโลกธรรมทั้งหลาย ไม่เคยเป็นไปตามการตำหนิติชม และคำอ้อนวอนของผู้ใดทั้งนั้น

และเรื่องเช่นนี้เคยมีประจำอยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นสภาพใดที่อยู่ในวงสมมุติ ย่อมมีทางเดินสายเดียวกัน ไม่มีผู้ใดมีอำนาจราชศักดิ์ จะก้าวเดินทางสายแปลกจากโลกไตรภพนี้ไปได้ นอกจากท่านผู้บริสุทธิ์โดยสิ้นเชิงแล้วเท่านั้น จะไม่เดินทางสายสมมุติที่โลกเดินกัน ผู้ใช้ตามความไตร่ตรองด้วยปัญญาไปที่ไหนมีแต่ธรรมโอสถเครื่องแก้ใจทั้งนั้น เพราะความรับสัมผัสจากสิ่งต่าง ๆ เตือนอยู่เสมอทั้งวันทั้งคืน ยืน เดิน นั่ง นอน ตรงกับท่านว่า ฟังธรรมในหลักธรรมชาติ ได้ฟังตลอดเวลาไม่มีขาดวรรคขาดตอน ไม่เหมือนพระท่านเทศน์ให้ฟังบนธรรมาสน์

ก็พวกเรามีศาสดาเป็นครูสอนอยู่แล้วทุกบททุกบาท ท่านตรัสไว้ในธรรมนับได้ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ส่วนที่เป็นปลีกย่อยไม่อาจคณานับ ทั้งนี้ล้วนเป็นอุบายวิธีที่สอนเราทั้งนั้น เพราะเรื่องทุกสิ่งทุกอย่างมีอยู่กับเรา ธรรมทั้งหมดจึงมาเกี่ยวข้องกับเรา ถ้าเรามีโอปนยิโก น้อมมาปฏิบัติดัดแปลงตนเองให้เป็นไปตามพระโอวาทที่พร่ำสอนแล้ว ย่อมมีทางเล็ดลอดจากทุกข์ไปได้เป็นลำดับ ฉะนั้น สติปัญญาที่เราไตร่ตรองดูเรื่องภายนอกภายใน จึงควรให้แนบสนิทกับใจ เรื่องของทุกข์ก็มีทั้งทุกข์ข้างนอก มีทั้งทุกข์ข้างใน มีทั้งทุกข์ของท่านและทุกข์ของเรา และทุกข์ของสัตว์แต่ละประเภทเต็มไปหมด ล้วนเป็นเรื่องของทุกข์คือความบีบคั้นอันเดียวกัน

สัตว์และคนแสดงกิริยาต่าง ๆ ออกมาให้เราเห็นว่าเขาเป็นทุกข์ ก็เพราะความทนตัวอยู่ไม่ไหวนั่นเอง สัตว์ก็แสดงกิริยาของสัตว์ คนก็แสดงกิริยาของคนตามประเภทของตน ก็เมื่อเรื่องของทุกข์ประกาศตัวอยู่ทั้งข้างนอกและข้างใน ทำไมจะไม่รู้ไม่เห็น เพราะทุกข์เป็นของมีอยู่จริงๆ ถ้าใช้ปัญญาไตร่ตรองอยู่บ้าง ก็ควรจะทราบตามเรื่องของทุกข์โดยลำดับ และยังทุกข์ที่เป็นส่วนละเอียดเข้าไปอีก คือทุกข์ทางใจ ถ้าสติปัญญายังไม่สามารถตามสอดรู้เข้าไปถึงตราบใด ทุกข์ก็แสดงตัวอยู่ตราบนรั้น เช่นเดียวกับเนื้อผ้าที่สกปรก ยังไม่ถูกฟอกให้ละเอียดทั่วถึง มลทินก็ย่อมมีทางเกาะอยู่ได้ จนกว่าจะถูกซักฟอกจนขาวสะอาดโดยทั่วถึงแล้ว มลทินก็ย่อมหมดไปฉะนั้น จิตที่ถูกซักฟอกด้วยปัญญาก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน

ฉะนั้นจึงควรทราบว่า ไม่มีจิตดวงใดจะพ้นวิสัยของการฝึกฝนทรมานจากความเพียรไปได้ อย่างไรก็ต้องเป็นจิตที่บริสุทธิ์ผ่องใสขึ้นมาตามส่วนแห่งการดัดแปลงของผู้มีความเพียรโดยไม่มีปัญหา ขออย่างเดียว คืออย่าเห็นความเพียรเครื่องรื้อถอนตนออกจากทุกข์เป็นกรวดเป็นทรายไปก็พอ จิตจะมีการทรงตัวอยู่ได้ ไม่ถูกพัดผันจากพายุ คืออารมณ์เครื่องยั่วยวนที่มาจากทิศต่าง ๆ ทั้งยังสามารถต้านทานลมพิษเหล่านี้ได้ด้วยอุบายของปัญญา อันมีความเพียรเป็นแม่แรงพาให้ยืนตัว

ทุกข์ สมุทัยที่เคยเป็นข้าศึกก็จะกลายมาเป็นหินลับสติปัญญาให้คมกล้าขึ้นเป็นลำดับ จนสามารถแยกตนออกจากทุกข์ได้ ทั้งทุกข์ทางกายและทุกข์ทางใจ หมดความเกี่ยวข้องกังวลในทุกข์ที่เคยซึมซาบกันมาเป็นเวลานาน แม้ยังเหลืออยู่ก็เพียงเศษแห่งทุกข์ที่มีประจำขันธ์ซึ่งไม่มีพิษสงอะไรเท่านั้น ทุกข์ประเภทนี้แม้พระพุทธเจ้าก็ต้องยอมรับเช่นเดียวกับสามัญชนและสัตว์ทั่ว ๆ ไป ไม่ทรงปฏิเสธ เพราะขันธ์อันเป็นเรือนรังดั้งเดิมของทุกข์ยังมีอยู่ จำต้องยอมรับกันไปจนกว่ากาลเวลาของคติธรรมดาจะตัดสินยุติลง ทุกข์ประจำขันธ์ก็เป็นอันหมดปัญหาลงในเวลานั้น ไม่มีทางสืบต่อภพชาติอีกต่อไป ใจที่บริสุทธิ์ก็กลายเป็นบรมสุขไปตามอนุปาทิเสสนิพพาน โดยไม่มีสมมุติใด ๆ ตามขัดแย้ง

ขอย้อนกลับคืนหาสัจจะสองข้างต้นอีกครั้ง เผื่อท่านผู้ฟังจะได้ตรวจตราตนเองกับสองสัจจะข้างต้นให้ละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้งหนึ่ง คือตามหลักธรรมแล้ว ทุกข์ไม่ว่าทุกข์ทางกายและทุกข์ทางใจ ถ้าไม่มีสาเหตุทำให้เกิด แต่แสดงตัวขึ้นมาเฉยๆ ย่อมเป็นไปไม่ได้ เช่น กายจะปรากฏทุกข์ขึ้นมา ต้องมีสาเหตุที่ทำให้เป็นส่วนบกพร่องของกายปรากฏขึ้นมา ทุกข์จำต้องปรากฏขึ้นมาตามจุดบกพร่องนั้น ๆ แม้ทุกข์ทางใจก็จำต้องแสดงขึ้นมาตามจุดบกพร่องของใจ ที่เรียกว่าความเลินเล่อเผลอสติ นี่เป็นจุดบกพร่องของใจที่ยังทุกข์ให้เกิดขึ้นได้

เมื่อสุข ทุกข์เกิดขึ้นตามสาเหตุดีชั่วเป็นหลักประกันอยู่แล้ว การตำหนิติชมในผลคือสุข ทุกข์ จึงไม่มีผลดีอะไรเกิดขึ้น นอกจากจะเป็นเรื่องส่งเสริมสมุทัยให้ทำการสั่งสมทุกข์เพิ่มขึ้นอีกเท่านั้น ฉะนั้นเพื่อดับทุกข์ให้ถูกตามทางมรรคปฏิปทา ผู้รับทราบทุกข์ที่เกิดขึ้นจึงควรจับทุกข์ขึ้นเป็นเป้าหมาย แล้วพิจารณาตามสาเหตุที่ให้เกิดทุกข์โดยรอบคอบด้วยปัญญา เช่นวันนี้เราไม่สบายใจ เพราะคิดถึงเรื่องอะไรจึงเป็นสาเหตุให้เกิดความไม่สบาย ไม่สบายใจกับสิ่งใดหรือกับผู้ใด เกิดขึ้นที่ไหน ขณะนี้ความไม่สบายตั้งอยู่ที่ไหน ตั้งอยู่กับอะไร ความไม่สบายนี้เป็นใครหรือเป็นของใคร

ท่านว่าความไม่สบายเป็นต้นนี้เป็นของจริงอันประเสริฐ มิได้เป็นของใครและเป็นของใครทั้งนั้น การใช้ปัญญาตามขุดค้นเข้าไปก็จะพบต้นเหตุอย่างชัดเจนว่า โรงงานผลิตทุกข์ คือใจที่ไม่มีสติ ไม่มีปัญญารักษาตน ปล่อยให้ความคิดปรุงอันเป็นฝ่ายสมุทัยสั่งสมทุกข์ขึ้นมา โดยไม่มีการต้านทานขัดขวาง ใจจึงได้รับความทุกข์อย่างไม่มีใครช่วยได้ ทุกข์มีสาเหตุเกิดขึ้นได้ดังที่กล่าวมานี้แล ฉะนั้น ผู้พิจารณาเพื่อดับทุกข์โดยชอบธรรม จึงควรใช้ปัญญาจดจ้องเข้าไปในจุดที่แสดงอาการกระเพื่อมอยู่ตลอดเวลา จุดนั้นเป็นที่เกิดขึ้นแห่งทุกข์และสมุทัยทั้งมวล และเป็นโรงงานใหญ่โตและแข็งแรงมั่นคงมาก ต้องทดสอบดูให้ละเอียดถี่ถ้วน ไม่เช่นนั้น จิตจะไปทำความสำคัญว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นเราและเป็นของเราขึ้นมา ความสุขทุกข์ก็จะกลายเป็นเรา เป็นของเราขึ้นมาตาม ๆ กัน คำว่า “เรา” กับความคิดดี คิดชั่ว และสุข ทุกข์ก็จะเชื่อมเข้าเป็นอันเดียวกันจนหาทางแก้ไขไม่ได้

ฉะนั้น จงคอยสังเกตด้วยสติกับปัญญา ตามลำดับที่ความคิดดีหรือชั่วเกิดขึ้นภายในใจ ทั้งขณะตั้งอยู่และดับไป พร้อมทั้งการทราบต้นเหตุที่เกิดขึ้นของสิ่งเหล่านั้นไปในระยะเดียวกัน เช่น ความดีใจเสียใจเป็นต้นเกิดขึ้น จงจับจุดนี้แล้วขุดค้นหาสาเหตุที่เกิดขึ้น เรื่องความสุข ความทุกข์ที่เป็นผลซึ่งออกมาจากจุดเดียวกันก็จะดับไป แล้วเปลี่ยนสภาพขึ้นมาใหม่ ให้จิตตามรู้กันตามลำดับของเรื่องที่ยังไม่จบสิ้นลงโดยสิ้นเชิง ยังจะได้คติที่สำคัญ ๆ จากการพิจารณาในเวลานั้นด้วย

วิธีดำเนินจิตต้องถือความสัมผัสและความกระเพื่อมของจิต เป็นเป้าหมายของการพิจารณา จิตจะแสดงตัวขึ้นมาอย่างไร เช่นแสดงเป็นความเสียใจและเศร้าหมองขึ้นมา อย่าตื่นเต้นตกใจไปตามอาการที่แสดงนั้น ๆ จงพิจารณาให้รู้โดยทั่วถึง ตามหลักสติปัญญาของผู้ต้องการทราบต้นเหตุแห่งเรื่องทั้งปวง ไม่ให้มีจุดบกพร่องต่อการพิจารณา ความเสียใจและเศร้าหมองเป็นสาเหตุมาจากสมุทัย ความดีใจและผ่องใสเป็นสาเหตุมาจากมรรค คือข้อปฏิบัติทั้งสองประเภทนี้ จงถือเป็นทางเดินของสติปัญญาต่อไป อย่าไปยึดเอาความเศร้าหมองและผ่องใสนั้นมาเป็นตน สติปัญญาจะหาทางเดินต่อไปไม่ได้ เนื่องจากความเศร้าหมองและความผ่องใส จะกลายเป็นเราขึ้นมาในระยะที่ไปยึดเขา เรากับเขาจะแก้กันไม่ตก เพราะความผ่องใสเราก็เสียดายและรักสงวน ส่วนความเศร้าหมองเราก็เกลียดชัง ความเกลียดชังก็เป็นเรื่องของเรา แม้เราไม่ชอบความเศร้าหมอง แต่เรากลับชอบความเกลียดชัง จึงถือความเกลียดชังขึ้นมาเป็นตัวโดยไม่รู้สึก กิเลสกับเราจึงมีโอกาสคละเคล้ากันได้อย่างนี้

เรื่องมารยาของใจที่มีกิเลส มันแสดงอาการหลอกลวงเรา ได้ร้อยแปดพันประการ เพื่อการดำเนินไปด้วยความสะดวกและราบรื่น จงถือเอาเรื่องดี เรื่องชั่ว และความเศร้าหมองผ่องใสเป็นต้น เป็นทางเดินของสติปัญญา จิตจะแสดงอาการอย่างใดขึ้นมาจงทราบ และทำความเข้าใจกับสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาทันที อย่าไปทำความเข้าใจเอาเองว่า สิ่งที่ปรากฏขึ้นมานั้นเป็นสิ่งที่ควรไว้วางใจ และควรถือเป็นหลักยึดของใจ จะกลายเป็นความพลั้งเผลอและหลงยึดเอาสิ่งนั้น แล้วกลายเป็นสมมุติจุดหนึ่งขึ้นมาให้เป็นเครื่องกดถ่วงใจโดยไม่รู้สึก เมื่อสิ่งที่เห็นว่าเป็นสิ่งถูกกับใจสลายตัวลงไป และสิ่งที่ไม่ชอบใจเข้ามากีดขวาง ใจก็จะแสดงความเสียใจขึ้นมา นั่นเป็นเรื่องเสริมสมุทัยให้เกิดความทุกข์ขึ้นมาอีก

ดังนั้น เพื่อความรอบคอบต่อทางดำเนินของตน จงทำความเข้าใจกับสิ่งเหล่านั้นด้วยดีว่า เมื่อยังมีอารมณ์ดี ชั่ว และสุข ทุกข์ ปรากฏในวงปฏิบัติของจิต ก็แสดงว่าทางเดินของเรายังมีอยู่ ยังไม่ถึงที่สุดซึ่งควรจะหยุดการเดิน และจำต้องเดินตามสิ่งที่ปรากฏ สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาเฉพาะหน้าไม่ว่าดีว่าชั่ว และไม่ว่าจิตจะแสดงอาการใดๆ ออกมา ต้องตามรู้ตามเห็นด้วยการพิจารณา และถือจุดหรืออาการนั้น ๆ เป็นทางเดินของสติปัญญาโดยพิจารณาให้ถี่ถ้วน อย่าได้นอนใจกับสิ่งใด ๆ เมื่อสิ่งที่กล่าวมายังปรากฏอยู่กับใจมากน้อย ให้ถือว่าสิ่งที่ปรากฏนี้แล กำลังเป็นทางเดินของจิตและสติปัญญาอยู่เวลานี้ เรายังมีทางเดินต่อไปอีก ยังไม่สิ้นสุดทางเดินของเรา จนกว่าสติปัญญาจะรู้รอบคอบ และสิ่งทั้งหลายที่เคยปรากฏกับใจก็สลายตัวลงไป พร้อมทั้งรากฐานของมันที่เป็นจุดของสมมุติอันสำคัญ

เมื่อทุกสิ่งที่เคยเป็นข้าศึกของใจสลายตัวลงไปโดยสิ้นเชิงแล้ว นั่นแลการเดินทางของจิต มีสติ ปัญญา ศรัทธา ความเพียร เป็นเพื่อนสอง ย่อมยุติลงเพียงเท่านั้น นั่นชื่อว่าหมดทางเดินจริง ๆ การหมดทางเดินจากสมมุติ ดี ชั่ว นั้นแล ท่านเรียกว่าวิมุตติ เราจะไปหาวิมุตติที่ไหนกัน นอกจากจะทำลายสมมุติออกจากใจหมดแล้ว ก็เป็นวิมุตติขึ้นมาเท่านั้น ไม่มีที่ไหนเป็นวิมุตติตามความคาดหมายของใจ ซึ่งเป็นเจ้าอารมณ์

คำว่า วิมุตติ กับ นิพพาน นั่นเป็นไวพจน์ของกันและกัน คือใช้แทนกันได้ เช่นเดียวกับการกินกับการรับประทาน ซึ่งเป็นความหมายอันเดียวกัน พูดเพียงคำใดคำหนึ่ง โลกก็รู้ทั่วถึงกัน จิตที่เป็นวิมุตติของท่านผู้หลุดพ้นเพราะกำลังความเพียร จะย้อนกลับเห็นคุณของความเพียรที่พาตะเกียกตะกายและล้มลุกคลุกคลาน จนถึงแดนเกษมในปัจจุบันอย่างเต็มที่ และเห็นโทษแห่งความเกียจคร้าน และความโง่เขลาที่พาให้ซบเซาเหงาหงอย เพราะความบีบบังคับของกิเลสบาปธรรมซึ่งเป็นเจ้าครองใจ ไม่มีเวลาปลดแอกพอให้อยู่สบายสักเวลาหนึ่งเช่นเดียวกัน

นี่แล การดำเนินตามแบบ พุทฺธํ ธมฺมํ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ เป็นสรณะ ย่อมมีจุดจบเป็นที่หวัง ดังที่อธิบายมา ทุกท่านโปรดนำไปประดับตน จะได้มากน้อยตามกำลังความสามารถ ธรรมจะงามในเราตามขั้นแห่งธรรมที่ตนบำเพ็ญได้ เราก็เป็นผู้งามในธรรม เพราะชื่อว่าธรรมแล้วย่อมงามเป็นลำดับไม่มีสิ้นสุด คืองามในเบื้องต้นที่เราเริ่มบำเพ็ญก็เป็น อาทิกลฺยาณํ งามในท่ามกลางของท่านผู้บำเพ็ญขั้นสมาธิ ปัญญาก็เป็น มชฺเฌกลฺยาณํ งามในที่สุดของท่านผู้มีจิตบรรลุถึงวิมุตติพระนิพพาน ก็เป็น ปริโยสานกลฺยาณํ คืองามอย่างสุดขีดสุดแดน ไม่มีอันใดเสมอเหมือน เพราะฉะนั้น ทุกท่านโปรดทำความบากบั่นต่อความงามแห่งธรรมในจุดสุดท้าย ให้สมกับธรรมที่มีไว้สำหรับโลกจะน้อมนำมาประดับตัวได้ทุกเวลาที่ต้องการ

ในอวสานแห่งธรรม จึงขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยมาอภิบาลคุ้มครองท่านทั้งหลาย ให้มีความสะดวกสบายในการบำเพ็ญ จนเห็นผลเป็นที่พึงพอใจโดยทั่วหน้ากันเทอญ

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๐๘

ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป

Standard

9842011020201

คิดอย่างไรเรียกว่าคิดถูก คิดอย่างไรเรียกว่าคิดผิด เราต้องเข้าใจชัดเจนทั้งสองอย่าง ในการปฝฏิบัติของเรา เราต้องพยายามติดตามดูความรู้สึกนึกคิดตลอดวันตลอดคืน ความจริงเราไม่ต้องทำอะไรมากเพียงแต่คอยสำรวมระวัง คอยสังเกตว่า เรามีความรู้สึกอย่างไร คิดอย่างไรให้มีสติ สัมปชัญญะ ระลึกรู้อยู่ รู้สึกตัวอยู่เสมอ อันนี้ให้ถือเป็นหน้าที่ของเรา เราไม่ต้องอ่านหนังสือ หรือฟังเทศน์อะไรมากมาย เพียงแต่ พยายามเปลี่ยนนิสัย ให้เป็นคนช่างสังเกต คือสังเกตความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง สักเกตว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ กำลังพูดอะไรอยู่ กำลังคิดอะไร การปฏิบัติเช่นนี้ การพยายามติดตามสังเกตเช่นนี้ จะทำให้เกิดปัญญา

1.ทุกข์เพราะลูกตาย ลูกที่แสนดี แสนน่ารัก ใครเห็นใครก็รัก ใครเห็นใครก็เมตตา วันหนึ่ง เกิดอุบัติเหตุ ลูกรัก….จากไป พ่อแม่ทุกข์แทบใจ แทบจะตายตามลูกไปด้วย แทบจะเสียสติ หมดอาลัยในชีวิต..คิดจะขับรถเร่ร่อนไปเรื่อย ๆ

ถ้าพูดถึงความจริงเราก็ไม่รู้ว่า ผู้ตายจะไปเกิดที่ไหน เป้นสุคติ หรือทุคติ แต่เท่าที่ฟังจากคุณโยม ลูกของคุณโยมเป็นเด็กดีจริง ๆ ตั้งแต่เกิดมาชาตินี้ไม่เคยทำชั่วเลย พ่อแม่พี่น้อง เพื่อนฝูงที่ใกล้ชิด เขาทำให้ชื่นอกชื่นใจทุกคนและใคร ๆ ก็รักเขา เขาเป็นคนที่รักสัตว์ เมตตาสัตว์ ไม่เคยเบียดเบียนสัตว์

ถ้าคุณโยมเชื่อมั่นในความดีของลูกอย่างนั้นก็ไม่ต้องเศร้าโศกเสียใจ ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องสงสารลูก ถึงเวลาแล้ว เขาก็ต้องจากเราไป ตามเหตุ ตามปัจจัย มันก็พอดีพอเหมาะของมัน อันนี้เราก็ต้องยอมรับความจริง ยอมรับความพอดีของมัน ทุกอย่างก็ดำเนินไปตามเหตุปัจจัยที่สมบูรณืเสมอ ถ้าเราเชื่อมั่นในความดีของลูกอย่างนั้นแล้ว เราก็ไม่ต้องเสียใจและห่วงสงสารลูกหรอก
เขาคงไปดีแล้วนะ

อย่าคิดว่าเขาเป็นลูกของเราจริง ๆ อย่าคิดว่าลูกเกิดขึ้นมาในโลกนี้เพราะพ่อแม่ช่วยกันผลอตขึ้นมา ความจริงจิตวิญญาณของลูก ก่อนเกิดมาเป็นลูกของเรา เขาท่องเที่ยวไปในวัฎสงสารเป็นหลายภพหลายชาติ ด้วยการสร้างทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว โดยมากเราเรียกกรรมดีเป็นบารมี กรรมชั่วว่าเป็นกรรมผูกพันในอดีตชาติเป็นเหตุ จิตวิญญาณของเขาจึงมาอาศัยเราเกิดมาเป็นลูกเป็นการชั่วคราวเท่านั้น อันนี้แหละคือ ความหมายที่พูดว่า ” เขาไม่ใช่ลูกของเราจริง ๆ ” เขาเป็นตัวของเขา มันมีอยู่ตั้งแต่อเนกชาติ ความตายไม่ใช่อะไร คล้ายกับเราส่งลูกไปศึกษาต่อต่างประเทศ เพื่อความก้าวหน้าของลูก เพื่อเป็นการสร้างบารมีของลูก

รักลูก หวงลูก เอาไว้ใกล้ ๆ ตัวตลอดเวลา รักลูก ผูกลูก เอาไว้ที่บ้าน…..เป็นการกีดกันไม่ให้เขาก้าวหน้าไม่ดีกับลูกนะ

โบราณาจารย์สอนว่า ถ้ารักลูกต้องส่งลูกไปศึกษาในสำนักต่าง ๆ ที่อยู่ไกล ๆ ต้องให้ลูกไปทัศนศึกษาในที่ไกล ๆ เหมือนกับลูกของเราเก่ง จึงจำเป็นต้องจากเราไปเพื่อศึกษาต่อ เพื่อความก้าวหน้า เพื่อสร้างบารมีเพิ่มเติม

เรื่องความตาย ความเกิด คล้ายกับการนั่งเครื่องบินไปต่างประเทศ ผู้ส่งเสียอกเสียใจร้องไห้กันด้วยความอาลัยอาวรณ์ อย่างพวกเรานี้แหละ แต่ผู้ไปอาจจะไม่เป็นอะไรเลย ตรงกันข้าม เขาอาจจะตื่นเต้นกับโลกใหม่อย่างน้อยผู้รับก็ยินดีต้องรับ ดีอกดีใจกันดังที่ลูกสุดที่รักของเราไปเกิดนั้นแหละ

ถ้าเราเชื่อมั่นในความดีของลูก ในบารมีของลูกไม่ต้องเสียใจ ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องสงสารลูก แทนที่จะเสียใจ เราน่าจะภูมิใจด้วยซ้ำ ความจริง อะไร ๆ เขาก็ต้องรับผิดชอบเอง ทุกอย่างก็ดำเนินไปตามเหตุปัจจัยที่สมบูรณ์เสมอ ส่วนเราก็ต้องรับผิดชอบด้วย ถ้าเรารักลูกจริง….ต้องทำใจให้สงบสุข คิดดู …ลูกจะอยู่ที่ไหนก็ตาม เมื่อเขารู้ว่าพ่อแม่ของตนมีความทุกข์มาก เขาจะรู้สึกอย่างไร

ความทุกข์ของพ่อแม่คือความทุกข์ของลูก ถ้าเรามีความสุขสบาย เขาก็สบายใจ ไม่ต้องห่วง เพราะฉะนั้น หน้าที่ของเราก็คือ ทำความสงบสุขให้เกิดขึ้นแก่ตน ถ้าเรารักลูกจริงนะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก การเทศนาอบรมญาติโยมของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก

ยึดธรรมให้มั่นคง

Standard

49878912957357164

ความสุข ความสมหวังทั้งทางโลกและทางธรรม ย่อมเกิดขึ้นความบากบั่นทำลงไป จะยากหรือง่ายไม่ถือเป็นสำคัญ เพราะมุ่งผลเป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่จะให้ฝ่าฝืนนั้นเป็นของต่ำซึ่งเคยมีอยู่กับใจ จึงทำให้ผู้คล้อยตามมีใจอันต่ำทราม สิ่งเหล่านี้ปกติก็เป็นของต่ำอยู่ในตัวของมันเอง เมื่อแผ่กระจายออกไปทางกาย วาจา จึงทำให้กาย วาจาต่ำไปด้วย ทั้งคอยจะฉุดลากเราไปทางต่ำเสมอ เช่นเดียวกับน้ำชอบไหลลงสู่ที่ต่ำ นอกจากจะมีสิ่งดึงดูดให้ไหลขึ้นสู่ที่สูงเท่านั้น

ตามธรรมดาของน้ำแล้วจะไม่ไหลขึ้นสู่ที่สูงเลย ต่ำเท่าไรก็ยิ่งไหลลงไปได้ง่าย และไหลลงไปไม่มีที่สิ้นสุด ถ้ายังมีที่ต่ำพอจะให้ไหลลงไปได้ก็ยิ่งไหลไปจนหมด ถ้าไม่หมดก็ลงถึงทะเล หากทะเลยังมีที่ต่ำพอน้ำจะไหลลอดลงไปได้อีก ก็ต้องและลอดซึมลงไปจนหมดน้ำ ลักษณะของน้ำไม่ชอบไหลขึ้นสู่ที่สูง เช่นภูเขาเป็นต้น ที่เขาใช้น้ำประปากันก็ต้องทำที่สำหรับบรรจุน้ำไว้ในระดับอันสูง ถ้าต่ำกว่าที่อยู่อาศัยหรือที่ใช้น้ำแล้ว น้ำจะไม่ไหลเข้าไปถึงที่ต้องการได้เลย นี่เรื่องของน้ำ เคยเป็นเช่นนั้นตลอดมา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น คือที่ไหนลงทางต่ำแล้วแต่กลับไหลทวนกระแสขึ้นมา อย่างนี้ไม่เคยมี

ลักษณะของใจซึ่งมีสิ่งที่ต่ำอยู่ภายใน ก็ย่อมจะฉุดลากใจให้ลงสู่ที่ต่ำเสมอ สิ่งใดที่ต่ำใจรู้สึกจะชอบ เพราะมีสิ่งต่ำที่เป็นสื่อยั่วยวนและคอยกระซิบให้ชอบ และผลักดันให้เป็นไปในทางต่ำอยู่เสมอ หากว่าจิตไม่ต้องอาศัยการอบรมดัดแปลงเพื่อฝ่าฝืนธรรมชาติที่ต่ำนี้ แต่ก็จะเป็นไปในทางที่ดีโดยลำพังตนเองแล้ว เรื่องครูอาจารย์ หรือพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งเป็นเหมือนเครื่องผลักดันจิตเราให้ขึ้นสู่ที่สูง ก็ไม่เป็นของจำเป็นอะไรเลย และศาสนธรรมของพระพุทธเจ้าๆ ทุก ๆ พระองค์ที่สอนคนให้อบรมดัดแปลงตนให้เป็นไปในทางที่ชอบ เพื่อความสุขความเจริญนั้น จะต้องขัดแย้งกันแน่นอน แต่จิตก็เป็นไปโดยลำพังตนเองไม่ได้ ต้องอาศัยการฝึกหัดดัดแปลงโดยอุบายต่าง ๆ แม้ธรรมก็เป็นเครื่องดัดแปลงกาย วาจา ใจ เพื่อผลมีความสุขอันสมบูรณ์ทั้งภายนอกและภายในนั่นเอง จึงพอเหมาะสมกันกับผู้สนใจดัดแปลงตนด้วยธรรม

ข้อนี้เทียบกับครูสอนนักเรียน ย่อมมีความปรารถนาจะให้เด็กมีความรู้ความฉลาด และรู้หน้าที่การงานของตนตลอดวิธีปฏิบัติต่อตัวเอง เพราะตามธรรมดานิสัยของเด็กไม่ค่อยมีความสนใจในหน้าที่การงานที่จะให้เกิดประโยชน์ นอกจากจะประพฤติตามความชอบใจของตนเท่านั้น ถ้าพ่อแม่ผู้ปกครองทางบ้านและครูทางโรงเรียนไม่คอยตักเตือนว่ากล่าวเสมอแล้ว เด็กอาจมีทางเสียได้ เพราะเด็กยังไม่มีความรู้ความฉลาดพอจะรักษาตัวคุ้มตัว ฉะนั้นพ่อแม่และครูต้องคอยสั่งสอน ทั้งความประพฤติ มรรยาท การศึกษาเล่าเรียนและหน้าที่การงานตามวัยของเด็ก เพื่อเด็กจะได้มีทางรักษาตัวไม่ไหลลงสู่ทางต่ำ เพราะความประพฤติไม่ดี จนเด็กเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่และมีวิชาหาเลี้ยงชีพ ไม่ขัดสนจนทรัพย์อับปัญญา

จิตก็จำต้องการอาศัยการปกครองด้วยความถูกต้องจากเจ้าของ เพราะการศึกษาอบรมมาจากที่ต่าง ๆ คือจากทางโลกบ้าง จากทางธรรมบ้าง นำมาดัดแปลงตนเองให้ถูกต้องตามหลักวิชานั้น ๆ แต่การดัดแปลงตนให้เป็นไปในทางที่ดี ไม่ว่าทางโลกและทางธรรม รู้สึกจะเป็นการฝืนอยู่บ้างในขั้นแรกเริ่ม เพราะเป็นกิจที่ไม่เคยทำและยังไม่เห็นผลพอจะเป็นเครื่องดึงดูดใจ

เฉพาะด้านธรรม ยังจะมีการฝืนมากกว่าทางโลกอยู่บ้าง ฉะนั้น จึงหาคนดีในด้านธรรมและด้านจิตใจได้ยาก ทั้งหมู่เพื่อนที่เป็นนักธรรมและครูอาจารย์ผู้ให้ความอบอุ่นในทางนี้ก็มีจำนวนน้อย เมื่อพูดมาถึงตอนนี้เป็นเหตุให้ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า ผู้ประทานกำเนิดแห่งธรรมให้แก่พวกเรามากขึ้น เพราะความเชื่อในพระปรีชาสามารถฉลาดรอบรู้ของพระองค์ที่ทรงเสกสรรคนชั่วให้เป็นคนดี เสกสรรคนมีกิเลสหนาปัญญาทึบ ให้กลายเป็นผู้เบาบาง และเสกสรรผู้มีอุปนิสัยที่ค่อนข้างเบาบางอยู่แล้ว ให้เป็นบุคคลพิเศษขึ้นเป็นขั้น ๆ โดยเป็นพระโสดา พระสกิทาคา พระอนาคาและพระอรหันตบุคคล ซึ่งคนธรรมดาสามัญเราไม่มีใครสามารถจะทำได้อย่างพระองค์ท่าน

ดังนั้น การแสวงหาของดีทุกชนิดจึงเป็นของหายากมาก ไม่ใช่เป็นของหาได้อย่างง่ายดายเลย เราหาของดีในตัวเราก็ย่อมเป็นของยากอยู่บ้าง คือยากตรงที่ต้องฝืนใจทำ เช่นเดียวกับคนไข้ฝืนใจให้หมอฉีดยา แม้เจ็บก็อดทนเอาบ้าง แต่อย่างไรก็ดี อย่าลืมนิสัยของเราชาวพุทธที่ถือหลักเหตุผลเป็นที่ตั้งของการงานทุกประเภท จะหนักบ้าง เบาบ้างไม่สำคัญ แต่ชาวพุทธเราเห็นสำคัญอยู่ที่ผลประโยชน์อันจะพึงได้รับเป็นที่พอใจ ไม่เป็นไปเพื่อความกระเทือนตนและผู้อื่น ชาวพุทธเราถือว่าเป็นกิจที่ควรทำอย่างยิ่ง และอย่าลืมคำว่าพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งเป็นสรณะและเข็มทิศของเรา ท่านทวนกระแสของโลกทั้งด้านความประพฤติและความรู้สึก พระธรรมที่ปรากฏขึ้นในพระทัยจึงเป็นธรรมที่ทวนกระแส พระสาวกพระอรหันต์ก็เป็นผู้ปฏิบัติทวนกระแสตามเสด็จพระพุทธเจ้า

เราที่น้อมนึกถึงท่านเป็นสรณะ และฝากเป็นฝากตายในชีวิต ก็เพราะท่านเป็นสรณะพิเศษกว่าสรณะเครื่องอาศัยทั่ว ๆ ไป ถ้าจะพูดถึงพุทธะ คือธรรมชาติที่รู้ของพระพุทธเจ้าและสาวกกับของบุคคลทั่ว ๆ ไปก็มีเช่นเดียวกัน แต่ไม่บริสุทธิ์พิเศษเหมือนพุทธะของพระพุทธเจ้าและสาวกท่าน ถ้าจะพูดถึงธรรม ธรรมของพวกเราก็มี แต่ยังมิใช่ธรรมอันศักดิ์สิทธิ์วิเศษเหมือน ธมฺโม ปทีโป ขององค์สรณะ เพราะยังไม่สามารถบำเพ็ญให้เต็มภูมิได้เหมือนอย่างท่าน เพราะฉะนั้น สรณะทั้งสามจึงเป็นที่เคารพรักและสงวนยิ่งของปวงชนชาวพุทธตลอดมา ไม่มีใครสามารถอาจเอื้อมดูหมิ่นเหยียดหยาม เพราะถือเป็นหัวใจของชาวพุทธแต่ละท่าน

พระพุทธเจ้าองค์สรณะที่หนึ่ง ซึ่งเป็นผู้รื้อฟื้นสรณะที่สองและที่สามขึ้นมา ให้เป็นขวัญตาขวัญใจของโลกได้กราบไหว้บูชาเป็นคู่เคียงกันมา รู้สึกว่าเป็นที่น่าแปลกและอัศจรรย์ใจอย่างยิ่งในพระประวัติที่ทรงบำเพ็ญมา เป็นประวัติอันยิ่งใหญ่ประหนึ่งโลกสะเทือน เพราะเป็นประวัติที่เอาจริงเอาจัง ไม่ใช่แบบพูดพล่ามทำเพลงเฉย ๆ แล้วไม่ทำตามที่พูดไว้ ทั้งไม่ทรงเกริ่นเวลาและโฆษณาชวนเชื่อ ตลอดทรงหวังพระเกียรติในการเสด็จออกเพื่อทรงผนวชแต่อย่างใด แต่เสด็จออกแบบนายสานายมาไปเยี่ยมญาติโดยไม่มีใครทราบ เพราะไม่รับสั่งอำลาใคร แม้พระชายาและพระโอรสก็ไม่ทรงอำลา เกรงจะเป็นอุปสรรคต่อการเสด็จออกเพื่อพระโพธิญาณ ซึ่งกำลังจะเข้าถึงเงื้อมพระหัตถ์อยู่แล้ว ไม่ทรงอาลัยเสียดายพระราชสมบัติและพระราชฐานที่เคยเสด็จประทับอยู่อาศัย เสด็จออกในเวลากลางคืนยามดึกสงัด มีเพียงนายฉันนะและม้าเท่านั้นตามเสด็จ

พอเสด็จถึงที่และเสร็จการทรงผนวชแล้ว ก็รับสั่งให้นายฉันนะและม้ากลับพระราชฐาน ส่วนพระองค์ก็ทรงบำเพ็ญพรตอยู่ในป่านั้นพระองค์เดียวเปลี่ยวพระทัย หมดที่พึ่งอาศัย ในพระอิริยาบถทั้งสี่ไม่มีความสะดวกพระกายสบายพระทัยเลย ในระยะที่ทรงเริ่มบำเพ็ญ แต่ก็ทรงอดทนฝืนความที่เคยเป็นมาให้เข้ารูปกับความเป็นนักบวช ซึ่งเป็นเพศที่ช่วยตัวเอง ไม่ทรงหวั่นไหวต่อความทุกข์ทรมานใด ๆ ทั้งสิ้น ทรงมีความเพียรอันเด็ดเดี่ยวกล้าหาญต่อพระโพธิญาณ บางครั้งถึงกับสลบไสลไปเพราะความเพียรกล้า แต่ทรงมุ่งหน้าต่อความเป็นพระพุทธเจ้าไม่ทรงลดละ ถ้าเป็นพวกเราไปโดนอย่างนั้นเข้าบ้าง ก็น่ากลัวจะร้องโวยวายไปทั่วทั้งป่า และร้องเรียกให้คนไปช่วยหามกลับมาบ้านอย่างไม่มีปัญหา

แต่การหามคนที่แพ้การต่อสู้ นอกจากหามนักมวยที่ถูกน็อกบนเวทีลงมาเพื่อช่วยพยาบาลแล้ว ไม่มีประเพณีหามกัน นอกจากจะหามลงใส่ตมใส่โคลนไปตามเรื่องของคนที่แพ้เท่านั้น เพื่อให้เห็นโทษในความไม่เป็นท่าของตน ไม่มีทางเป็นที่น่าชมเชย เพราะประเพณีของโลกที่นิยมกัน ต้องหามผู้มีชัยชนะจากการต่อสู้ เพื่อเสริมเกียรติให้เขามีแก่ใจในวาระต่อไปเท่านั้น แต่จะหามเพื่อเสริมเกียรติคนที่แพ้การต่อสู้อย่างหลุดลุ่ยนั้น ก็จะเป็นการส่งเสริมคนขี้เกียจอ่อนแอไม่เป็นท่า ให้แสวงหาเกียรติในทางนั้นมากขึ้น ศาสนาก็จะล่มจม คนดีจะสูญพันธุ์ไปหมด จะปรากฏแต่คนประเภทไม่เป็นท่าเต็มแผ่นดินเท่านั้นเอง

พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญทุกประโยคแห่งความเพียร แม้จะผิดพลาดไปบ้างในกิจไม่เคยทำ แต่ก็เป็นคติแก่โลก สมการบำเพ็ญของศาสดาว่ามิใช่ผู้ทำเล่น ๆ แต่ทำสมภูมิของผู้จะเป็นศาสดาของโลกจริง ๆ เราพอจะทราบความเป็นมาแห่งศาสดาของโลก ควรเป็นผู้สมพระนามว่า สตฺถา เทวมนุสฺสานํ จริง ทั้งด้านความเพียรอันทรหดอดทน ทั้งด้านความรู้จริงเห็นจริง และด้านการสั่งสอนสัตว์โลกด้วยสวากขาตธรรม เพื่อนิยยานิกธรรมจริง ๆ ธรรมสมบัติที่ทรงค้นพบก็เป็นธรรมอันประเสริฐ และสังฆสมบัติที่ทรงผลิตขึ้นก็เป็นสงฆ์องค์ประเสริฐ รวมองค์ของพระศาสนาแล้วมีแก้วอันประเสริฐสามดวงเป็นหัวใจของโลกตลอดมา ดังนั้น เราผู้มีแก้วสามดวงเป็นหัวใจ โปรดยึดเยี่ยงอย่างแห่งแก้วสามดวงนั้นด้วย เท่าที่เพศวัยและกำลังความสามารถจะอำนวย

วันหนึ่งคืนหนึ่งผ่านไป อายุและวัยของเราก็ชื่อว่าก้าวเคียงกันไปกับวัน คืน เดือน ปีด้วย ในรอบของคืนหนึ่งและวันหนึ่งควรถือเป็นเวลาสำคัญ เพื่อคิดบัญชีของตัวสักหนึ่งเวลา คือการบำเพ็ญความดีเพื่อเป็นชิ้นเป็นอันของตัวบ้าง ได้แก่แบ่งเวลาไว้อบรมจิตตภาวนา เพื่อรู้วิถีทางเดินของชีวิตจิตใจ ทางที่ดีควรตั้งความสัตย์กำหนดเวลาบังคับตนบ้าง เพื่อไม่ให้จิตหาเรื่องออกตัว เพราะจิตขั้นเริ่มแรกแห่งการอบรม รู้สึกจะมีเรื่องมากทั้ง ๆ ที่ไม่มีเรื่อง เช่นเดียวกับเราบังคับเด็กให้ทำงาน โดยมากเด็กชอบออกตัวเพื่อหลบงานเสมอ ถ้าผู้ใหญ่เผลอเด็กก็หาทางหลีกงานไปได้ ถ้าถูกบังคับเข้าจริง ๆ จนหาทางหลบหลีกไม่ได้ เด็กก็ยอมทำงานให้ตามคำสั่ง

จิตขั้นเริ่มแรกก็รู้สึกจะเป็นเช่นนั้น ถ้าสติไม่บังคับและความสัตย์ไม่บีบตัวจริง ๆ จิตอาจหาทางออกได้ อย่างหนึ่งไม่ยอมทำงาน คือ การภาวนา อย่างหนึ่งยอมทำงานแต่ไม่จดจ่อกับงาน พอให้เสียเวลาโดยไม่ได้ผล ฉะนั้น การตั้งกฎเกณฑ์และตั้งสติบังคับใจ จึงเป็นกิจที่ควรทำอย่างยิ่ง สำหรับผู้มุ่งความก้าวหน้าทางด้านจิตตภาวนา จนกว่าจิตจะมีความเคยชินต่อกฎเกณฑ์ เคยชินต่อตัวเอง และปรากฏผลขึ้นมาบ้างแล้ว จากนั้นจิตจะมุ่งทำงานในหน้าที่ของตัวไปเอง แม้จะมีธุระมากน้อยก็ไม่ยอมลดละ พอถึงเวลาอันควร จิตจะปล่อยวางและย้อนกลับเข้ามาหางานภายในทันที โดยไม่ต้องบังคับขู่เข็ญดังที่เคยเป็นมา

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๐๘

Mazda 3 Skyactiv-D เครื่องดีเซลพร้อมรุกตลาดยุโรป

Standard

Mazda 3 Skyactiv-D 2016 เวอร์ชั่นยุโรปได้เพิ่มออฟชั่นที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นล้ออัลลอยสีเข้ม dark alloy ขนาด 18 นิ้ว พร้อมชุดแต่ง Aero Kit ภายในยังเพิ่มเบาะนั่งหนังแท้สีดำสลับหนังซูเอ็ด ครบครันด้วยระบบความบันเทิงวิทยุ DAB radio พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ปลอดภัยด้วยกล้องมองหลังช่วยในการจอด Mazda 3 Skyactiv-D มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตรอัตราส่วนการอัดต่ำเพียง 14.8:1 กำลังถึง 105 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา และ อัตโนมัติ Skyactiv-Drive 6 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลา 11 วินาที ความเร็วสูงสุด 187 กม./ชม.อัตราสิ้นเปลืองที่ 26.31 กม./ลิตร (3.8 ลิตร/100 กม.) ค่า CO2 ต่ำเพียง 99 กรัม/กม.ความปลอดภัยจัดเต็มเช่นกันเช่น ระบบระบบแจ้งเตือนการชน Forward Obstruction Warning ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน Lane Departure Warning ระบบล็อคความเร็วอัตโนมัติ Mazda Radar Cruise Control และระบบช่วยเบรก Smart City Brake Support

Mazda-3-Skyactiv-789

Honda Civic เปิดตัวชุดแต่ง Black Pack

Standard

Honda-Civic-78966789

ชุดแต่ง Black Pack จะเสริมด้วยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สปอยเลอร์หน้า, กระจังหน้าใหม่ , สเกิร์ตด้านข้าง กระจกมองข้าง และสปอยเลอร์ที่ฝากระโปรงหลัง

Black Pack มีราคาจำหน่ายที่ 2,998 เหรียญที่ประเทศออสเตรเลียในรุ่น VTi, VTi-S, VTi-L และ VTi-LX แต่สำหรับรุ่น RS จะมีค่าตัวอยู่ที่ 2,298 เหรียญเนื่องจากรุ่น RS มีชิ้นส่วนของ กระจังหน้าสีดำและสปอยเลอร์บนฝากระโปรงหลังอยู่แล้ว

Honda ได้เผยยอดพรีออเดอร์ชุดแต่ง Black Pack เข้ามากว่า 200 รายการ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 300 รายการในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้